หนึ่งในคำสอนที่ทรงคุณค่าจากท่านอิมามอะลี (อ.) ซึ่งปรากฏในหนังสือ ฆุรอรุลฮิกัม คือคำกล่าวที่ว่า: (more…)
Author: อันวารี
-

ความสำคัญของการวางตัวให้เหมาะสมในสังคม
หนึ่งในคำสอนอันทรงคุณค่าของท่านอิมามอาลี (อ) คือคำกล่าวที่ว่า “ผู้ใดวางตัวในที่ที่เป็นข้อสงสัย อย่าโทษผู้ที่คิดไม่ดีเกี่ยวกับเขา” เป็นการเตือนสติที่มีความสำคัญมากในเรื่องของการดูแลรักษาความประพฤติและชื่อเสียงของตนเองในสังคม ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการตระหนักถึงบทบาทของเราในสังคม และความสำคัญของการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้อื่น (more…)
-

ความมืดในใจมนุษย์และการปกป้องด้วยการระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า
ในอัลกุรอาน ซูเราะห์อัซซุครุฟ อายะห์ที่ 36 ได้กล่าวถึงคนที่หลงลืมการระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า “และผู้ใดที่เมินเฉยจากการระลึกถึงพระผู้ทรงกรุณาปรานี เราจะให้มารเป็นเพื่อนสนิทของเขา” คำว่า “ยะอ์ชุ“ หมายถึงการเข้าสู่ความมืดทางจิตใจอย่างช้า ๆ (more…)
-

อิสราเอลกับความพยายามสร้างระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง
บทความ “สถาปนิกของระเบียบใหม่” ในฉบับที่ 752 ของ “วิทริน ทัศนีม”
ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของอิสราเอลในการสร้างระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง โดยใช้วิธีการลอบสังหารผู้นำกลุ่มต่อต้าน เช่น ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮ์ และอิสมาอีล ฮะนี้ยะห์ ซึ่งกลุ่มต่อต้านเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายของอิสราเอล
(more…) -

คำพูดที่ดีเปรียบเสมือนไม้งาม
ในโองการที่ 24 ของซูเราะห์ อิบรอฮีม จากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้เปรียบเทียบ “คำพูดที่ดี” ว่าเสมือนต้นไม้ที่ดี ซึ่งรากฐานมั่นคงอยู่ในดินและกิ่งก้านขยายไปสู่ท้องฟ้า เป็นอุปมาอันงดงามที่แฝงไว้ด้วยหลักคำสอนและความหมายที่ลึกซึ้ง (more…)
-

สร้างตำนานให้ตัวเองด้วยการสร้างคุณค่าให้สังคม
หนึ่งในคุณลักษณะอันทรงเกียรติที่มนุษย์ทุกคนต่างใฝ่หาคือความเป็นอมตะ ไม่ว่าจะผ่านผลงาน การกระทำ หรือผลประโยชน์ที่ตนทิ้งไว้ให้แก่สังคม ซึ่ง **ฮะดิษ** จากท่านอิมามอาลี (عليه السلام) ได้ย้ำเตือนถึงความเป็นอมตะนี้ผ่านการกระทำที่ดีงาม:
**”คนที่ทิ้งการกระทำที่ดีไว้ให้ผู้อื่นได้เจริญรอยตาม เขาย่อมไม่ตาย”**
จากคำสอนนี้ เราสามารถเรียนรู้ได้ว่ามนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานเกินกว่าระยะเวลาทางกายภาพของเขา หากเขาทิ้งคุณค่าที่เป็นประโยชน์ไว้ให้แก่สังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเหล่าบุคคลที่เป็นต้นแบบในการทำความดี ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักปรัชญา หรือผู้นำศาสนา บุคคลเหล่านี้ได้ทิ้งร่องรอยแห่งความดีงามที่ยั่งยืนให้คนรุ่นหลังได้เจริญรอยตาม

### การกระทำที่ดีคือมรดกที่ยั่งยืน
คนที่ทำสิ่งดีงามและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม จะได้รับการจดจำแม้เมื่อเขาได้จากไป ความดีที่พวกเขาทำจะเป็นดั่งแสงสว่างที่คอยนำทางให้คนอื่นปฏิบัติตาม อันจะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคมโดยรวม เปรียบเสมือนแสงเทียนที่ถูกจุดไว้และส่งต่อไปยังคนอื่นอย่างต่อเนื่อง
### ความเป็นอมตะผ่านการกระทำ
ในมุมมองของอิสลาม การเป็นอมตะไม่ได้หมายถึงการดำรงอยู่ในรูปแบบทางกายภาพตลอดกาล แต่หมายถึงการทิ้งคุณค่าที่เป็นบวกไว้ให้กับคนรุ่นหลัง ผู้ที่ทำความดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมจะได้รับการกล่าวขานและจดจำอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
จากคำสอนของท่านอิมามอาลี (عليه السلام) การกระทำดีของเรานั้นไม่เพียงแต่จะส่งผลในชาตินี้เท่านั้น แต่ยังทำให้เรามีชีวิตอยู่ในความทรงจำและการกระทำของผู้อื่น นั่นคือความเป็นอมตะที่แท้จริง
**สรุป** เราควรพยายามสร้างมรดกแห่งความดีงามในชีวิตของเรา ผ่านการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เพื่อให้เรายังคงมีชีวิตอยู่ในหัวใจและการกระทำของคนรุ่นต่อไป
-

ผลของการละทิ้งศีลธรรมและความสำคัญของการตักเตือนกันในสังคม
หนึ่งในคำสอนที่สำคัญที่สุดของศาสนาอิสลามคือการเรียกร้องให้ผู้คนมีศีลธรรมและส่งเสริมความดีงามในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเตือนสติกันในสิ่งที่ถูกต้อง (امر به معروف) หรือห้ามปรามสิ่งที่ผิด (نهی از منکر) ซึ่งการละทิ้งหน้าที่ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของสังคมทั้งหมด ดังที่เราจะได้เห็นจากคำกล่าวของท่านศาสดามูฮัมหมัด (صلى الله عليه و آله) ที่อธิบายถึงผลกระทบของการละทิ้งศีลธรรมในระดับสังคม
จากคำกล่าวในหนังสือ “อุซูล กาฟี” เล่ม 4 หน้า 14 ได้มีการกล่าวเตือนถึงผลร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนละทิ้งการตักเตือนกันและไม่ใส่ใจต่อบาปกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ท่านศาสดากล่าวว่า **”เมื่อผู้คนทำบาปรวมกัน พระเจ้าจะส่งภัยพิบัติอย่างทั่วถึงเพื่อให้พวกเขาตระหนักและสำนึกผิด”** นี่เป็นการบ่งบอกว่า บาปกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงทั้งสังคม ทำให้เกิดภัยพิบัติและความเดือดร้อนร่วมกัน เช่นเดียวกับโรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือความไม่สงบในสังคม ซึ่งเกิดจากการที่ทุกคนมองข้ามและไม่ใส่ใจที่จะรักษาศีลธรรม

นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวว่า **”เมื่อการส่งเสริมความดีและการห้ามปรามความชั่วถูกละทิ้ง พระเจ้าจะทำให้พวกเขาถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้าน”** การละเลยต่อการทำหน้าที่ในการตักเตือนกันทำให้ผู้คนตกอยู่ในสภาพของการถูกแยกตัว ไม่สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคมได้ ซึ่งเป็นผลกระทบทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ ทำให้สังคมขาดการพัฒนาและเกิดความเฉื่อยชา
ที่สำคัญที่สุด ท่านศาสดายังกล่าวถึงการที่ **”เมื่อความระลึกถึงพระเจ้าออกจากหัวใจ พระเจ้าจะทำให้ความกลัวตายเกิดขึ้นมากขึ้นในหมู่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาไม่เห็นความสุขของโลก”** เมื่อผู้คนหลงลืมความสำคัญของศีลธรรมและไม่ใส่ใจต่อการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้า ชีวิตของพวกเขาจะถูกครอบงำด้วยความกลัวตาย และไม่สามารถมองเห็นความสุขในโลกนี้ได้ แม้จะมีทรัพย์สินหรือความสำเร็จทางวัตถุ แต่ภายในจิตใจกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความกลัว ทำให้พวกเขาขาดความสุขที่แท้จริง
ดังนั้น คำสอนนี้เตือนให้เราใส่ใจต่อหน้าที่ในการดูแลสังคมโดยการตักเตือนกันในสิ่งที่ถูกต้อง และห้ามปรามสิ่งที่ผิด นอกจากจะเป็นการทำให้เรามีสังคมที่สงบสุขแล้ว ยังเป็นการปกป้องตนเองและสังคมจากผลกระทบที่เลวร้ายอีกด้วย
สรุปได้ว่า การส่งเสริมศีลธรรมและการตักเตือนกันในสังคมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากเราละทิ้งสิ่งเหล่านี้ ผลร้ายที่จะตามมานั้นไม่ใช่แค่กับตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม
-
ผลบุญจากการบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับ
การบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำความดีที่ได้รับการยกย่องและสนับสนุนอย่างมากในศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะการบริจาคในนามของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงถึงความกตัญญู ความเอื้ออาทร และความรักต่อผู้ที่จากไป ซึ่งมีผลบุญและความหมายอันลึกซึ้ง
ตามที่ปรากฏใน **”บิฮารุลอันวาร”** เล่มที่ 82 หน้า 63 ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับไว้อย่างชัดเจนว่า:
“เมื่อใดที่บุคคลใดบริจาคทานด้วยเจตนาที่จะทำเพื่อผู้ล่วงลับ พระผู้เป็นเจ้า (ซ.บ.) จะส่งเทวทูตญิบรออีลไปยังสุสานของผู้ล่วงลับนั้น พร้อมด้วยเทวทูตเจ็ดหมื่นตน แต่ละตนถือถาดอันประณีต กล่าวคำอวยพรว่า ‘สันติจงมีแด่ท่าน ผู้เป็นที่รักของพระเจ้า นี่คือของขวัญจากคนผู้นั้นที่ส่งมาให้ท่าน…’ หลังจากนั้น สุสานของเขาจะเต็มไปด้วยแสงสว่าง พระเจ้าจะมอบเมืองพันเมืองในสวรรค์ให้แก่เขา จัดการสมรสกับนางสวรรค์หนึ่งพันนาง และตอบสนองคำขอพันประการของเขา”

จากคำกล่าวนี้เราจะเห็นได้ว่า การบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับไม่เพียงแต่เป็นการทำความดีแก่คนที่เรารัก แต่ยังมีผลบุญที่พระเจ้าจะประทานแก่ผู้ล่วงลับนั้นมากมายในโลกหน้า เช่น การเพิ่มแสงสว่างในสุสานของเขา และมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ในสวรรค์
### ความสำคัญของการบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับในสังคมมุสลิม
การบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีและความเชื่อของมุสลิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นการทำบุญให้กับคนที่จากไปแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมคุณค่าของความเสียสละและความมีน้ำใจในสังคม การทำทานในรูปแบบนี้สะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า แม้หลังจากการเสียชีวิตไปแล้ว วิญญาณของผู้ล่วงลับยังสามารถได้รับผลบุญจากการกระทำดีของผู้อื่นที่ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์
### ประโยชน์ของการบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับ
1. **เป็นการแสดงความรักและกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ**: การทำบุญในนามของผู้ล่วงลับถือเป็นการระลึกถึงคุณค่าของเขาและแสดงออกถึงความรักที่ยังคงมีอยู่แม้เขาจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว
2. **ช่วยให้ผู้ล่วงลับได้รับผลบุญในโลกหน้า**: ตามความเชื่อของอิสลาม การกระทำความดี เช่น การบริจาคทาน สามารถส่งผลบุญไปยังผู้ที่จากไปแล้วได้ ทำให้เขาได้รับผลบุญในสวรรค์
3. **ส่งเสริมการทำทานและความมีน้ำใจในสังคม**: การบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับทำให้เกิดความรู้สึกถึงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในหมู่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่งเสริมคุณค่าของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การบริจาคเพื่อผู้ล่วงลับเป็นการกระทำที่มีคุณค่าทั้งในมิติทางสังคมและศาสนา มุสลิมเชื่อว่าการบริจาคด้วยความตั้งใจที่บริสุทธิ์จะช่วยส่งผลบุญไปถึงผู้ล่วงลับและทำให้พวกเขาได้รับความสุขและรางวัลในโลกหน้า อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความกตัญญู และการระลึกถึงผู้ที่จากไปอย่างลึกซึ้ง
-

ผลกระทบจากการเสียชีวิตของซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮ์ต่อฮิซบุลเลาะห์และภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
การเสียชีวิตของซัยยิด ฮัสซัน นัศรุลลอฮ์ เลขาธิการฮิสบุลเลาะฮ์ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลกระทบทั้งต่อกลุ่มฮิสบุลเลาะฮ์เองและภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางโดยรวม การลอบสังหารผู้นำโดยอิสราเอลไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลอบสังหารในครั้งนี้อาจมีผลในหลายมิติ ทั้งในด้านการเมือง การทหาร และความมั่นคงในภูมิภาค (more…)
