งานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) “งานวันสตรี”

  • PDF

งานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) “งานวันสตรี”

 

เนื่อง ในวันคล้ายวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) และวันสตรี ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำกรุงเทพฯ ร่วมกับกลุ่มสตรีมุสลิม และสถาบันศึกษาศาสนา อัล-มะฮ์ดียะห์ ได้จัดงานเฉลิมฉลองภายใต้หัวข้อเรื่อง สถานภาพของสตรีจากมุมมองของศาสนาและโลกสมัยใหม่ ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2554 ณ ห้องกัญญลักษณ์ ชั้น 3 โรงแรมโฟร์วิงส์ กรุงเทพฯ


 


                กำหนดการของงานเริ่มเวลา 14.30 น. โดยพิธีกรแจ้งกำหนดการ จากนั้นได้อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน โดยคุณอาดัม บัลบาห์ จากสมาคมกอรีแห่งประเทศไทย และกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติโดยนายญะลาล ทัมเลฮ์ ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม โดยได้กล่าวว่า

                ประการแรกขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกรียติ ในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) และวันสตรี โดยบรรดาสตรีผู้ศรัทธา และผู้ที่ได้ค้นหาสัจธรรมของความเป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ และสูงส่งของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) อีกทั้งต้องขอขอบคุณต่อท่านมาดามศิฟาตี อาจารย์ ของมหาวิทยาลัย และในฐานะที่ท่านเป็นนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก ที่ท่านได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเรา โดยเฉพาะพวกท่านบรรดาสตรี ผู้มีเกียรติจะได้รับฟังเนื้อหาการบรรยายของนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะมาบรรยายต่อไป


                เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมของมนุษยชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มของบรรดาสตรีเพศทั้งหลาย ที่จำเป็นต้องมีแบบอย่าง เพื่อที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และสามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม และครอบครัว หรือสามารถที่จะสร้างความผูกพันต่อตนเองและผู้อื่น หรือเรียนรู้ที่ผูกพันตนเองกับพระผู้เป็นเจ้า สิ่งต่างเหล่านี้ ล้วนจำเป็นต้องมีแบบอย่างของการปฏิบัติที่พวกเขาสามารถจะยึดนำมาปฏิบัติได้ กับตนเอง

                การจัดงานครั้งนี้ขึ้นมาก็เพื่อว่า บรรดาผู้ที่อยู่ในฐานะมารดาทั้งหลายจะได้มาทำการรู้จักซึ่งกันและกัน ที่จะนำสิ่งที่ดีที่ได้จากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิไปปฏิบัติ

                การจัดงานในวันนี้ เราได้เรียนเชิญนักวิชาการ นักคิดจากองค์กรหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของศาสนาอิสลาม , คริสเตียน และพุทธศาสนามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสตรีในศาสนาต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร

                บรรดาสตรีที่อยู่ในฐานะผู้เป็นมารดา , ภริยา และผู้ที่มีส่วนรับใช้สังคม สถานภาพนี้ยิ่งใหญ่นัก ดังนั้นในแง่มุมของแต่ละศาสนาย่อมมีข้อคิดให้เราได้พิจารณา และเลือกเอาแต่สิ่งที่ดี และเหมาะสมมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิตของเรา ว่าผู้นำสตรีของเราปฏิบัติตัวอย่างไร

                เราได้จัดงานครั้งนี้ขึ้นมา ก็เพื่อว่าให้เราได้แสดงออกในสิ่งที่ดี เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องเรียนรู้ว่าคุณลักษณะของเกาษัร ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานมาให้มนุษยชาตินั้นเป็นเช่นไร แน่นอนบุคคลนั้นจะต้องมีความประเสริฐยิ่งที่เราจะต้องรู้จัก อีกทั้งเราจำเป็นต้องรู้จักว่ารัศมีอันยิ่งใหญ่ และสูงส่งที่พระผู้เป็นประทานมาให้นั้นประเสริฐที่สุด

                เราทราบว่าบรรดาอะอิมะห์ ผู้บริสุทธิ์ (อ.) ท่านเหล่านี้ไม่ได้เพื่อเราแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ก็แสดงว่าตัวเรานั้นมีความสำคัญกว่าทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ แต่ทว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการมาของท่านเหล่านี้มาเพื่อให้มนุษยชาติได้เรียนรู้ท่าน และนำแบบอย่างที่ท่านปฏิบัติมาเป็นแบบอย่างแก่ชีวิตของตนเอง

                ในอีกแง่มุมหนึ่งที่พระผู้เป็นเจ้า ได้กล่าวเชิญชวนให้เราในฐานะมุสลิมให้เดินอยู่ในแนวทางของอิสลาม และการเชิญชวนนี้ไม่ใช่เป็นการปล่อยให้เราปิบัติอะไกันเอง แต่พระองค์ยังทรงเมตตาส่งบุคคลมาเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อว่าเราจะได้ไม่หลงทาง ซึ่งท่านเหล่านั้นที่มาเป็นตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าจะนำแนวทางแห่งการดำเนิน ชีวิตที่ดีมาสอน อินชาอัลลอฮ์ เราก็หวังที่จะได้เป็นผู้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และพยายามเป็นบ่าวที่ดีของพระผู้เป็นเจ้าสืบต่อไป

                จากนั้นเป็นคำปราศรัยเปิดงานโดยภริยา ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย โดยท่านได้กล่าวว่า

                ขอความสันติแด่ท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยเฉพาะคุณญะลาล ทัมเลฮ์ ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม และมาดามศิฟาตี อีกทั้งยังต้องขอขอบคุณบุคลากรที่มีส่วนร่วมจัดงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ด้วยความรู้อันน้อยนิดของข้าพเจ้า และได้รับเกียรติจากท่านทั้งหลายที่ร่วมอยู่ในงานนี้ ให้ข้าพเจ้าได้ขึ้นมากล่าวบรรยายพิเศษ ข้าพเจ้าก็ต้องขออนุญาตกล่าวในสิ่งที่ได้เตรียมมา ขอเริ่มคำพูดกล่าวด้วยพระนามของพระองค์อัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา มวลสรรพสิ่งอยู่ได้ด้วยความเมตตาของพระองค์ ปัจจุบันโลกต้องการสันติภาพมากกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นการดำเนินชีวิตที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นเกิดจากพื้นฐานของครอบ ครัวเป็นหลักสำคัญ ดังนั้นบทบาทอันสำคัญของครอบครัว คือบทบาทของผู้เป็นตรีมีมากกว่าบทบาทของผู้เป็นบุรุษ เพราะสตรีจะเป็นผู้สร้างสันติ ความสงบในครัวเรือน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้โลกมีความเจริญก้าวหน้าได้ประกอบไปด้วย สตรี , ครอบครัว และเศรษฐกิจ สามสิ่งนี้อยู่ในบทบาทของสตรี ดังจะแบ่งเป็นหัวข้อได้ดังนี้

1.    แสดงความเมตตาต่อบุคลากรในครอบครัว

2.    เมื่อครอบครัวมีสันติโลกก็จะสงบและมีสันติภาพ

3.    สตรีมีส่วนในการเสริมสร้าง และพัฒนาบุลากรในครอบครัวได้ดี

สตรี มีส่วนสำคัญในการจัดตั้งครอบครัว ที่พระผู้เป็นเจ้าได้มอบภารกิจแก่สตรี ให้เป็นผู้เป็นผู้ดูแลครอบครัว ศาสนาต่างๆ ได้สอนไว้เช่นเดียวกันในเรื่องนี้ อิสลามก็เช่นกันได้ให้บทบาทหน้าที่ต่อครอบครัว เป็นหน้าที่ของสตรี ถ้าเราศึกษาโครงสร้างของครอบครัว เราก็จะพบว่าถ้าครอบครัวใดที่ปราศจากบุรุษ ครอบครัวนั้นก็ยังสมารถดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้าครอบครัวใดปราศจากสตรี ก็จะมีแต่ความขัดแย้ง สร้างปัญหาอันมากมาย ดังนั้นสถานภาพของสตรีและบุรุษนั้นย่อมไม่เท่ากัน สงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สตรีและเด็กจะถูกสังหาร ถ้าพวกเราไม่ถูกสร้างมา หรือพวกเราปราศจากผู้ปกครองครอบครัว วันนี้สตรีและเด็กตกเป็นเหยื่อของสังคม จากสงคราม แต่ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีว่า ปัจจุบันสตรีในโลกมีบทบาทในการพัฒนา พวกเราได้รับสิทธิของการปกป้องตนเอง โดยเฉพาะสตรีมุสลิมในประเทศอิสลาม สตรีมีบทบาทอันแข็งแกร่ง และสามารถปกป้องตนเองได้

                และที่สำคัญไปกว่านั้น พวกเรามีแบบอย่างที่ดี และประเสริฐ คือท่านหญิงคอดีญะห์ , ท่านหญิงฟาฏิมะห์ และท่านหญิงซัยนับ (อ.) ด้วยแบบอย่างของการดำเนินชีวิตที่สร้างความมั่นใจแก่พวกเรา

                ความเป็นจริงแล้วมนุษย์ไม่สามารถจะดำเนินชีวิตได้ โดยปราศจากแบบอย่างที่ดี มนุษย์ทุกคนต้องแสวงหาแบบอย่างที่ดีที่สุด ด้วยเหตุนี้การสร้างแบบอย่าง เราต้องมองไปยังบุคคลที่ดีที่สุด


                ด้วยเหตุนี้พวกเราต้องพึ่งพาอัล-กุรอาน และหะดีษของมะอ์ศูมีน (อ.) เราจึงค้นแบบอย่างที่ดี ซึ่งอัล-กรุอาน และหะดีษได้บอกกับเราว่า แบบอย่างที่ดีที่สุดของบรรดาสตรีอยู่ที่ท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ในบทบาทของอิสลามเรื่องการเมือง , เศรษฐกิจ และสังคม อิสลามสนับสนุนให้สตรีมีส่วนร่วมในเรื่องเหล่านี้

                จากยุคสมัยศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรปได้ผลิตสินค้าและนำสตรีเข้ามาสอดแทรกในการค้าขาย พวกเขาได้อาศัยเรือนร่างของสตรีเพื่อสินค้าของพวกเขา ข้าพเจ้าคิดว่าชาวยุโรปกำลังริดรอนสิทธิของบรรดาสตรี

                ในขณะที่อิสลามสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของสตรี อิสลามมีกฎเกณฑ์ของสตรี ซึ่งหน้าที่ของสตรีจะต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ที่ศาสนากำหนด และไม่ขัดต่อหน้าที่ของตนเอง คือสตรีสามารถทำงานเลี้ยงชีพได้ แต่ต้องไม่ทำให้หน้าที่ของตนเองนั้นขาดตกบกพร่อง

                ด้วยเหตุนี้ สตรีสามารถจะพัฒนา และให้การสนับสนุนกิจกรรมงานของโลกได้ ข้าพเจ้าหวังว่าบรรดาสตรีจะได้พบความจริงว่าสตรี คือแหล่งพลังงานที่ดีเยี่ยม และสามารถจะช่วยผลักดันความเจริญก้าวหน้าของโลกได้ สุดท้ายต้องขอขอบคุณแก่แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ได้ฟังคำบรรยายของข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าจะขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ตาม

                คำปาฐกถาพิเศษโดย ท่านมาดามศิฟาตี นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาของ ฯพณฯ ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณฝ่ายสตรี จากสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ท่านได้กล่าวว่า

                ขอความสันติจงมีแด่ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เราเปรียบเสมือนพี่น้องกัน ข้าพเจ้าต้องการพูดหลายสิ่งหลายอย่างสำหรับในโอกาสนี้

                ประการแรกต้องขอขบคุณบรรดาคณะทำงานที่ได้จัดงานนี้ขึ้นมา และข้าพเจ้าก็ได้มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ บรรดาผู้ชายทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณญะลาล ทัมเลฮ์ ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ทำงานด้านวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ทางด้านการเมือง อินชาอัลลอฮ์ หวังว่าเราจะได้รับผลรางวัลการตอบแทนจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) สิ่งที่ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป คือสถานภาพของสตรีในฐานะมุมมองของศาสนาและโลกสมัยใหม่ ในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) หัวหน้าของปวงสตรีทั้งสองพิภพ ต้องบอกกล่าวว่า การแสดงความยินดี แก่แขกผู้มีเกียรติ ซึ่งในประเทศสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ได้กำหนดวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) เป็นวันสตรีแห่งชาติ เราจะจัดงานยิงใหญ่สำหรับในวโรกาสนี้ เช่นกันสำหรับประเทศอื่นๆ ก็มีวันสตรีแห่งชาติ แต่ที่สำคัญก็คือวันสตรีแห่งชาตินั้นอยู่ตรงไหนของความสำคัญ

                สตรีในยุดปัจจุบันมีแบบอย่างต้นฉบับ เพื่อการดำเนินชีวิต ซึ่งแบบอย่างจะต้องเป็นต้นแบบอันเจิดจำรัสแก่สตรีโลก เป็นแบบอย่างต่อสตรีทุกยุคทุกสมัย และจะต้องถูประทานมาจากชั้นฟากฟ้า เพราะฉะนั้นสัจธรรมที่เราเห็นก็คือท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ที่ถูกประทานมาจากฟากฟ้ามาสู่พื้นพิภพ จากการดำเนินชีวิตของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.)

                ในยุคปัจจุบันการค้นคว้าว่าท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) คือใคร ? หลังจากที่ข้าพเจ้าค้นคว้าแล้ว ก็สามารถจะกล่าวได้ว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราที่ได้ตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว ข้าพเจ้ามีความยินดีจากข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามาเป็นระยะเวลายาวนาน เพื่อประโยชน์ของสตรีโลก เป็นที่แน่ชัดสำหรับเราสตรีทุกคน สตรีทุกศาสนา ควรจะได้รับการยกย่องและให้เกียรติ ข้าพเจ้าอยู่ในฐานะครูที่เข้าใจในสตรี ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใดก็ตาม

                ขอนำเสนอความศรัทธาของอิสลามที่มีต่อศาสนาอื่นๆ อิสลามให้เราศรัทธาต่อศาสดาของศาสนาอื่นๆ เช่นศาสนาคริสเตียน ท่านศาสดาอีซา และมูซา (อ.) ทั้งสองก็เป็นศาสดาของพระผู้เป็นเจ้า แต่สำหรับมุสลิมศาสดามุฮัมมัด (ศ.) เป็นศาสดาท่านสุดท้าย ที่ได้นำสัจธรรมมาสู่มนุษยชาติ คืออิสลาม เพราะฉะนั้นอิสลามได้มองไปยังประชาชาติอื่นๆ ด้วยความรัก และให้เกียรติ

                ประเด็นหัวข้อของเราในวันนี้คือสถานภาพของสตรีในมุมมองของศาสนาและโลกสมัย ใหม่ ที่จะทำให้เราเจาะลึกเข้าไปในแต่ละศาสนา ขอยกเรื่องศาสนา และความเชื่อที่บิดเบือนคัมภีร์จนเป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบในโลก เราจะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ต่อต้านคำสอนของศาสดา และพยายามบิดเบือนคำสอน โดยปฏิเสธความเป็นศาสดาจากพระผู้เป็นเจ้า

                การพิจารณาของสังคม ทุกคนจะเห็นว่ามีการลิดรอนสิทธิของสตรีอย่างมากมาย เหตุการณ์ต่างๆก็มีอิทธิพลต่อการโจมตีบรรดาสตรีอย่างมากมาย ฉะนั้นสังคมปัจจุบันจะเปื้อนไปด้วยกามรมและยิ่งยุคหลังนี้ได้มีองค์กรหน่วย งานที่ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างมากมายที่พยายามเรียกร้องสิทธิให้สตรี ซึ่งองค์กรและหน่วยงานต่างๆเหล่านี้ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมานั้น มีการค้นคว้าวิจัยด้านวัฒนธรรมน้อยมาก เป้าหมายของพวกเขาส่วนใหญ่ก็จะขัดต่อหลักการของศาสนา

                ดังนั้น เราจะได้หลีกเลี่ยงจากอุปสรรคของกิจกรรมนั้น เราจำเป็นต้องพึงพาคำสอนของศาสนา ซึ่งมั่นใจว่าทุกศาสนามีข้อแก้ไขให้สตรีได้หลุดพ้นจากความยุ่งยากของสังคม ปัจจุบันได้

                อันดับแรกสถาบันครอบครัว เป็นก้าวแรกของการพัฒนาสังคม ผู้ไม่หวังดีเขาจะทำลายสถาบันครอบครัวก่อน

                อิสลามของเรา สถาบันครอบครัว ถือว่าเป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งงานได้กล่าวว่า ถ้าผู้ใดที่สมรสแล้วศรัทธาของเขาก็จะสมบูรณ์ และเมื่อสถาบันครอบครัวมั่นคง อิสลามก็ยังบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษและสตรี แบบอย่างของการสมรสไม่ใช่เพียงการตอบสนองทางเพศแต่เพียงอย่างเดียว แม้กระทั้งการเลือกคู่ครอง อิสลามมีกฎหมายกล่าวไว้ให้ว่าคุณสมบัติของคู่ครองตามปรัชญาของอิสลามเป็น เช่นไร ในขณะที่บุรุษและสตรีนั้นมีความเสมอภาคกัน สิ่งที่อิสลามได้กำหนดบุรุษและสตรีนั้นจะต้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของแต่ ละบุคคล ถ้าบุรุษและสตรีไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทลงโทษที่เท่ากัน

                ในขณะที่โลกสมัยใหม่ พยายามยัดเหยียดความเท่าเทียมกัน ปัญหาที่เราได้ชัดเจนก็คือ สังคมไม่เห็นความสัมพันธ์ความต้องการของบุรุษและสตรี  ความแตกต่างระหว่างอิสลามกับสังคมตะวันตก เรื่องเพศของบุรุษกับสตรีไม่เหมือนกับอิสลาม จึงทำให้เกิดภาระหน้าที่ที่แตกต่างกัน

                ดังนั้นเรามีความเชื่อว่า ระหว่างบุรุษและสตรี มีสัญชาติญาณที่แตกต่างกันไม่เหมือกัน ปรัชญามุมมองของบุรุษและสตรีขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสองเพศ ปรัชญาสิทธิของสตรีขึ้นอยู่กับความยุติธรรม

                หลักสิทธิของการดำรงความยุติธรรมต้องสอดคล้องกับสติปัญญา ถ้าถ้าสิ่งใดที่ไม่ตรงกับสติปัญญานั้นไม่ใช่หลักการของอิสลาม นักวิชาการของอิสลามได้กล่าวว่า ความยุติธรรมเป็นเสาหลักของศาสนา

                การให้ความสนใจต่อสิทธิของมนุษยชน อิสลามกล่าวว่าจะต้องเริ่มต้นจากความยุติธรรมก่อน พวกเขาที่ได้ตั้งกฎเกณฑ์มานั้น ก็จะต้องสอดคล้องกับสติปัญญา

                สถานภาพของสตรีในทัศนะของอิสลาม อัล-กุรอานได้อรรถาธิบายเกี่ยวกับสถานภาพของสตรีไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งอัล-กรุอานมิใช่คัมภีร์ตัวบทกฎหมายของมุสลิมแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นตัวบทกฎหมายที่ถูกประทานมายังมนุษยชาติ ดังนั้นขอให้พวกเราศึกษาเกี่ยวกับอัล-กุรอาน ที่ให้ความรู้ทุกด้านของวิชาการที่มนุษย์สามารถจะนำมาเป็นแม่บทในการดำเนิน ชีวิต อัล-กุรอานได้สอนเกี่ยวกับเรื่องสถาบันครอบครัว และอีกหลายเรื่องราว อัล-กุรอานไม่ใช่หนังสือปรัชญา แต่เป็นหนังสือที่รวบรวมทุกอย่างและยังบอกถึงปรัชญาต่างๆของสังคมมนุษย์ รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้เป็นมาตรฐานการปกครองสิทธิของครอบครัว ที่อัล-กุรอานได้กล่าวไว้อย่างละเอียด

                สิ่งที่เราจะนำเสนอจากอัล-กุรอาน ก็คือตำแหน่งของความเป็นมนุษย์ในทัศนะของอัล-กุรอาน และในคัมภีร์ของศาสนาอื่นก็กล่าวไว้ด้วยเช่นเดียวกัน บางศาสนาจะกล่าวเกี่ยวกับสิทธิของความเป็นมนุษย์ให้ความสำคัญของบุรุษและ สตรี อย่างเช่นศาสนาหนึ่งได้กล่าวว่าสตรีถูกสร้างจากสิ่งที่ต่ำที่สุด แต่อัล-กุรอานกล่าวว่าการสร้างของเพศสตรีเหมือนกับการสร้างเพศบุรุษ บางคัมภีร์กล่าวว่าความผิดครั้งแรกเกิดจากท่านหญิงเฮารอ จนเป็นเหตุให้มนุษย์ต้องหลงผิด เหมือนที่บอกว่าซาตานมารร้ายได้หล่อลวงท่านหญิงเฮารอให้ไปหลอกท่านอาดัมให้ ทำความผิดตามไปด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงได้มีความ   เชื่อว่าเพศสตรีนั้นต่ำที่เกิดจากท่านหญิงเฮารอ ที่ได้ทำสิ่งไม่ดีมาก่อนหน้านั้น พวกเขาโทษว่าท่านหญิงเฮารอได้กระทำความผิดต่อหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ซาตานมารร้ายมาลวงหล่อได้ แต่อัล-กุรอานไม่ได้กล่าวเช่นนั้น อัล-กุรอานได้ล่าวว่าเป็นความผิดของซาตานมารร้าย และด้วยการที่พวกมันได้รับความเมตตาในการประวิงเวลาจากการฝ่าฝืนคำบัญชาสั่ง ของพระผู้เป็นเจ้า ซาตานมารร้ายจึงได้หล่อลวงครอบครัวของท่านอาดัม แม้กระทั้งท่านหญิงเฮารอก็ไม่พ้นจากการหล่อลวงนั้น

                สรุปว่า อิสลามได้กล่าวว่าความเป็นบุรุษเพศหรือสตรีเพศนั้นถูกสร้างมาจากแหล่งเดียว กัน สถานภาพของสองเพศว่ามีความต่างกันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองว่ามองอย่างไร มีบางศาสนาได้ให้เกียรติสตรี พวกเขาเชื่อว่าสตรีสามารถบรรลุความสูงส่งเช่นเดียวกับบุรุษ ศาสนาหรือแนวทางนั้นคืออิสลาม ที่ให้ความเชื่อว่าสตรีก็สามารถจะบรรลุความสูงส่งได้ ดังมีโองการจากอัล-กุรอานที่ได้กล่าวเกี่ยวกับสิทธิของการตอบแทน ไม่ว่าจะกระทำความดี หรือกระทำความชั่วก็ตาม อัล-กุรอานได้กล่าวเกี่ยวกับภริยาของท่านศาสดาหลายท่าน เราจะเห็นได้ว่ามีภริยาหลายท่านของบรรดาศาสดาที่เชื่อฟัง และก็ยังมีภริยาอีกหลายท่านที่ไม่ศรัทธาต่อคำสอน หรือบางครั้งสามีเป็นผู้ทรยศ แต่ภริยาเป็นผู้มีความศรัทธาเชื่อมั่น เช่นเรื่องราวของท่านหญิงอาซียะห์ (อ.) ภริยาของฟิรอูน หรือเรื่องราวความสูงส่งของท่านหญิงมัรยัม (อ.) ที่ถูกเชิดชูเกียรติยศในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสเตียน ซึ่งในอัล-กุรอานก็กล่าวยกย่องท่านหญิงมัรยัม (อ.) ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงคัดเลือกให้ท่านหญิงเป็นประมุขของสตรีด้วยเช่นเดียว กัน

                สำหรับการยกย่องเกียรติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) หลังจากโองการที่กล่าวเกี่ยวกับท่านหญิงมัรยัม (อ.) มีผู้ถามท่านศาสดา มุฮัมมัด (ศ.) เกี่ยวกับเกียรติยศของท่านหญิงมัรยัม (อ.) และท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ว่าเป็นอย่างไร? ท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ศ.) ได้กล่าวตอบว่า ความประเสริฐของท่านหญิงมัรยัม (อ.) นั้นอยู่ในยุคของท่าน แต่สำหรับฟาฏิมะห์ แล้วนางมีความประเสริฐตั้งแต่เริ่มแรกก่อนที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.)  จะทรงสร้างจักรวาล จนกระทั้งจักรวาลโลกนี้สลายความประเสริฐของฟาฏิมะห์ ก็ยังคงอยู่ ดังนั้นยังมีสตรีอีกมากที่มีความประเสริฐ เช่นท่านหญิงคอดีญะห์ภริยาของท่านศาสดา มุฮัมมัด (ศ.)

                ในยุคสมัยของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีบุคคลใดที่จะเทียบความประเสริฐกับท่านหญิงได้เว้นเสียแต่ท่านศาสดา (ศ.) และท่านอิมาม อะลี (อ.) ความประเสริฐสูงส่งของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) นั้นสูงส่งกว่าบุตรชายที่ดำรงตำแหน่งอิมามัตที่อยู่ในฐานะมะอ์ศูม (ผู้บริสุทธิ์) เสียอีก

                การเดินทางของมนุษย์สู่พระผู้เป็นเจ้า คือภาระหน้าที่ที่ถูกำหนดมา ตลอดระยะเวลาของการเดินทางควรจะพัฒนาความสูงส่ง นักปรัชญาบางรายกล่าวว่าบุรุษจะต้องเป็นผู้นำ แต่อิสลามได้ให้ทัศนะมุมมองว่าการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ไม่ใช่เฉพาะเป็นของบุรุษแต่ฝ่ายเดียว ดังโองการของอัล-กุรอานที่พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า ระหว่างผู้รู้และผู้ไม่รู้นั้นจะเหมือนกันหรือ ซึ่งคำว่าผู้รู้ไม่ได้บอกว่าจะต้องเป็นเพศชาย หรือเพศหญิง

                แต่บางครั้งอัล-กุรอานก็ได้ยกตัวอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าได้ยกบุคคลที่เป็น ผู้รู้ ว่าเป็นบุคคลที่ใช้ความคิดไม่ได้ระบุว่าจะต้องเป็นชายหรือหญิง อัล-กุรอานต้องการบอกว่าผู้มีความยำเกรง แต่ก็ไม่ระบุว่าจะต้องเป็นบุรุษหรือสตรี แต่บอกเพียงว่าผู้มีความยำเกรง คือผู้ที่กระทำตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกัน เรื่องการศึกษาก็ไม่ได้กล่าวว่าจะต้องเป็นบุรุษแต่ฝ่ายเดียว แม้กระทั่งก็เป็นหน้าที่ของสตรีที่ต้องศึกษาด้วยเช่นกัน

                ท่านอิมาม ศอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า มีสตรีมากมายที่ฉลาดกว่าบุรุษ ในการศึกษาวิชาการความรู้นั้นถูกจำกัดไว้แก่สิทธิของสตรี

                ไม่ว่าจะเป็นชีอะห์หรือซุนนี่ ก็สามารถจะมาเป็นแบบอย่างได้ ดังคำกล่าวของท่านศาสดา (ศ.) ที่กล่าวเกี่ยวกับสตรีที่มีความสามารถในการศึกษาหาความรู้ ดังนั้นการขับเคลื่อนขบวนการของสตรี โดยท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ได้มีสตรีมากมายถามท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ซึ่งทุกคำถามท่านหญิงจะตอบโดยไม่เบื่อหน่าย จนกระทั้งสตรีเหล่านั้นเกิดความอาย แต่ท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ก็กล่าว่าพวกท่านจงถามฉันเถิด เพราะการที่ฉันได้ตอบคำถามให้แก่พวกท่านนั้นคือ รางวัลอันยิ่งใหญ่สำหรับตัวฉัน ดังที่บิดาของฉันได้กล่าวว่า การให้ความรู้นั้นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่จากชั้นฟ้าสู่แผ่นดิน นี่ก็เป็นข้อคิดสำหรับพวกเราว่าจงทำด้วยความเต็มใจ ท่านหญิงได้ย้ำกล่าวคำพูดของท่านศาสดา (ศ.) บิดาของท่านอยู่เสมอว่า บุคคลที่จะทำให้บุคคลที่ไม่รู้ ให้เขารู้ได้ พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงจัดเตรียมรางวัลอันยิ่งใหญ่ไว้ให้

                ท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) เป็นสตรีท่านหนึ่งที่ได้นำหลักคำสอนของท่านศาสดา (ศ.) มาปฏิบัติ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การศึกษามิได้ถูกำหนดมาเพียงบุรุษเท่านั้น แต่ถูกกำหนดมายังสตรีเพศด้วยเช่นกัน ส่วนสิทธิของสตรีต่อสังคมอิสลาม นั้นอัล-กุรอานได้อรรถาธิบายไว้แล้วเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสตรีในสังคม ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด เนื่องจากอิสลามได้ระบุถึงขอบเขตไว้ พวกเราจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องขอบเขตของสตรีให้มาก สิ่งที่จำเป็นนั้นก็คือ จะต้องไม่บกพร่องต่อหน้าที่ของการเป็นมารดา , ภริยา สตรีบางท่านต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็ต้องระมัดระวังการบกพร่องต่อหน้าที่ของ แม่บ้าน และหน้าที่ของการเป็นมารดาต่อลูกๆ อีกทั้งยังจะต้องปกป้องเรื่องเพศระหว่างสตรีกับบุรุษ ถ้าเราย้อนไปในหน้าประวัติศาสตร์ เราจะพบว่าไม่มีสตรีคนใดออกมาทำงานนอกบ้าน แต่กาลเวลานั้นมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันต่างกันจากอดีตที่ผ่านมา

                บรรดาสตรีที่ต้องทำงานนอกบ้าน เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยเฉพาะสตรีที่ยังไม่มีสามี พวกนางก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข แต่ถ้าพวกนางออกมาสร้างความเสื่อมเสีย หรือละทิ้งหน้าที่ของการเป็นภริยา และมารดา อิสลามก็ไม่อนุญาต ส่วนการลุกขึ้นออกมาต่อต้านการกดขี่ ดังจะพบเห็นในโลกปัจจุบัน สตรีก็สามารถที่จะกระทำได้ ในเมื่อมาดูในโลกสังคมนิยมแล้วก็จะพบว่าสตรีถูกนำไปเป็นสินค้า และการลิดรอนสิทธิของสตรีก็มีมากขึ้น ถ้าสิ่งนี้ไม่มีบังเกิดขึ้นในโลกสังคมปัจจุบัน โลกจะเจริญก้าวหน้าไปได้มาก แต่เมื่อพวกนางออกนอกหลู่นอกทางก็ต้องตกเป็นเหยื่อของการโจมตี จึงทำให้สังคมไม่เจริญก้าวหน้า ถ้าการกดขี่สตรีไม่มี สตรีก็สามารถจะแสดงบทบาทเป็นนักรบเคียงข้างกับบุรุษได้ ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่าพวกท่านจะได้นำคำกล่าวมาแล้ว ไปพิจารณาและนำไปปฏิบัติ วัสลามฯ

                ต่อไปเป็นการเสวนาเรื่อง สถานภาพของสตรีจากมุมมองของศาสนาและโลกสมัยใหม่ โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากศาสนาพุทธ คริสเตียน และอิสลาม โดยคุณรูวัยดา สร้อยประดับ ทำหน้าที่ดำเนินการเสวนา เริ่มต้นด้วยการอ่านสาส์นของแม่ชีศันสีย์ เสถียรสุต ที่ไม่สามารถจะเดินทางมาร่วมเสวนาได้ สืบเนื่องจากเจ็บป่วยของท่าน ๆ จึงได้ส่งสาส์นมาดังมีใจความของสาส์นดังนี้

                ส่งข้อความจากท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต มายังผู้เข้าร่วมการประชุม

                เนื่องจากสุขภาพที่อ่อนแอจากการทำงานอย่างหนัก ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จึงไม่สามารถเดินทางร่วมงานที่ได้รับเกียรติครั้งนี้ได้ ท่านจึงขอประทานอภัยอย่างสูง ณ โอกาสนี้ พร้อมทั้งขอส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังชาวอิหร่านในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีชาวอิหร่าน เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของท่านหญิงฟฏิมะห์ (อ.)

                ขอให้หัวใจของความแม่ของทุกท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก อย่างไม่มีเงื่อนไขที่จะร่วมใจกันทำงานโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ศาสนา หรือเชื้อชาติ เพื่อยังประโยชน์แก่ส่วนรวม อันเป็นเหตุให้เกิดสังคมโลกที่เป็นสุข...ธรรมสวัสดี

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน และสาวิกาสิกขาลัย

                คำบรรยายของท่านศาสนาจารย์ ดร. ศิริรัตน์ ปุสุรินทร์คำ ประธานสตรีคริสเตียน สภาคริสจักรในประเทศไทย ท่านได้กล่าวว่า

                ข้าพเจ้า ในนามตัวแทนของคริสเตียนในประเทศไทย ขอแสดงความยินดีต่อท่านพี่น้องมุสลิม และพี่น้องชาวคริสเตียน ในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ในคัมภีร์ของคริสเตียนได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของสตรีว่า เป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญมากต่อครอบครัวและสังคม สถานภาพของสตรีที่สตรีต้องสร้างขึ้นมา ซึ่งในโลกปัจจุบันนี้มีการลิดรอนสิทธิของสตรีกันอย่างมากมาย สิทธิของสตรีที่ถูกกล่าวอีกในคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ ได้กล่าวว่า สิทธิของความเป็นมนุษย์นั้นเท่ากัน แต่ภาระหน้าที่นั้นแตกต่างกัน สถานภาพของสตรีสามารถจะแบ่งได้ตามหัวข้อดังนี้

1.    บทบาทของสตรีจะต้องเป็นคนดีมีศีลธรรม ถ้าสตรีผู้นั้นอยู่ในวัยเด็ก หรือเยาวชนจำเป็นที่จะต้องเคารพเชื่อฟังต่อบิดา มารดา

2.    บา บาทสตรีในฐานะภริยา จะต้องซื่อสัตย์กับสามี ต่างก็ต้องมอบความรัก ความเมตตาต่อกัน ในศาสนาคริสเตียนภริยาจะต้องเคารพต่อสามีอย่างเคร่งครัด

3.    สตรีจะต้องอยู่ในฐานะของการเป็นมารดาที่ดี จะต้องดูแลอบรมสั่งสอนบุตร และธิดาให้เป็นคนดีต่อสังคม

4.    สตรี จะต้องมีจิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือบุคคลที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ ซึ่งในคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ได้กล่าวว่า เมื่อเพื่อนมนุษย์หิว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมอาหารในกระเาพะของเขาก่อนการสนทนา

สุด ท้ายข้าพเจ้าต้องการที่จะนำตัวอย่างการทำงานของสภาคริสจักรในประเทศไทย มากล่าวให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ศาสนาคริสเตียนในประเทศไทยเกิดขึ้นราว 200 ปี ทางสภาคริสจักรเรามีโครงการอันอันเป็นหลักสำคัญ คือโครงการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนทุกเหล่านาม เราได้ใช้บทสวดในการกเผยแพร่สัจธรรมของศาสนา บุคคลใดที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ จำเป็นต้องมีจิตใจอันบริสุทธิ์ เราไม่ได้มุ่งหวังรางวัลใดๆจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่มีต่อสภาคริสจักร ถึงแม้ว่าสภาคริสจักรองค์กรใหญ่ที่จัดตั้งขึ้นอยู่ในกรุงเวนีวาก็ตาม เราจะมีโครงการเชิญชวนให้เขียนบทความของประเทศตนเอง ซึ่งในปีนี้สภาคริสจักรก็ได้ทำการช่วยเหลือประชากรโลกที่ตกทุกข์ได้ยาก ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติต่างๆ เช่นการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ศรีลังกา ... เรายังมีโครงการของการเรียนการสอน เราจัดสร้างโรงเรียนสำหรับสตรีที่พวกเธอสามารถจะเรียนศึกษาได้ในภาคเหนือของ ประเทศไทย แม้กระทั้งในกรุงเทพมหานครฯ เช่นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนอื่นในสภาคริสจักร เรามีโครงการจัดช่วยเหลือบรรดาสตรีที่พิการในสังคมให้ดำรงชีพอยู่ได้ ดังนั้นสถานภาพของสตรีและบุรุษจึงไม่ได้ต่างกัน ถ้าสตรีที่มีความรู้ก็สมารถจะช่วยเหลือแบ่งเบาความทุกข์ยากของสังคมได้ ดังนั้นบรรดาสตรีจำเป็นต้องเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ดี และนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ก็จะประสบความสำเร็จ

ท่าน ศาสนาจารย์ ดร. ศิริรัตน์ ปุสุรินทร์คำ ได้กล่าวสรุปตอนสุดท้ายว่า   ในฐานะประธานสตรีคริสเตียน สภาคริสจักรในประเทศไทย ขอแจ้งให้แขกผู้มีเกียรติได้ทราบว่า ทางสภาคริสจักรมีภารกิจ 5 ประการด้วยกันคือ

1.    การประกาศสอนให้ลูกหลานให้มีความรักต่อพระเจ้า ทำการประกาศศาสนาแก่บุคคลอื่นๆ

2.    ผู้นำศาสนาในประเทศไทย ให้เกียรติสตรีสามารถทำพิธีสมรสให้คู่บ่าวสาว ทำพิธีฝังศพผู้เสียชีวิต และพิธีต่างๆแทนบุรุษได้

3.    ด้าน การศึกษา สภาคริสจักรในประเทศไทย เรามีโรงเรียนสตรีแห่งแรก และมีโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สตรีวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยคริสเตียน และยังมีอธิการบดีเป็นสตรีอีกด้วย

4.    ด้าน กิจกรรมของการรักษา เรามีโรงพยาบาล ซึ่งเราได้ถือหลักนโยบายจากคุณหมอบัดเลย์ และภริยาของท่าน ที่ได้ก่อตั้งสถานพยาบาลขึ้นในประเทศไทย เช่นโรงพยาบาลคริสเตียน

5.    ให้บริการช่วยเหลือเด็กก่อนวัยเข้าเรียน ในสลัมที่มีปัญหามากมาย

สภาค ริสจักรในประเทศไทย ยังมีโครงการอีกมากมาย เช่นโครงการการบำบัดผู้ติดยาเสพติด โครงการช่วยเหลือเด็กกำพร้า โครงการเข้าเยี่ยมผู้ต้องโทษสตรีในเรือนจำ โครงการช่วยเหลือคนพิการ ผู้สูงอายุ โครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน และโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่ทางสภาคริสจักรในประเทศไทย ได้วางไว้ และได้ปฏิบัติสืบต่อเนื่องมา


                คำบรรยายของคุณฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ :

          ขอ ส่งสันติสุขและความสำเร็จมายังบรรดาสตรีที่เคารพรัก และขอบคุณต่อคณะผู้จัดงานในครั้งนี้ จากคำบรรยาย และคำปาฐกถาของท่านมาดามศิฟาตีทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้เพิ่มมากขึ้น จากคำปาฐกถาของมาดามศิฟาตีเกี่ยวกับเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัว เมื่อข้าพเจ้าได้เดินชมนิทรรศการในงานก็ได้พบกับภาพบรรยาย ซึ่งมีใจความคำพูดของท่านอิมาม โคัยนี (รฮ.) ทีท่านได้กล่าวว่า สตรีจำเป็นต้องมีบทบาทในเรื่องของการเมือง โดยเฉพาะบทบาทในรัฐสภา คำพูดของท่านอิมาม ผู้ล่วงลับ (รฮ.) ดูเหมือนว่าพึ่งจะผ่านมาไม่กี่วัน ข้าพเจ้าเป็นบุคคลหนึ่งที่ทำงานรับใช้สังคม จำเป็นที่จะต้องกล่าวว่า อิสลามไม่มีกฎเกณฑ์ที่ห้ามสตรียุ่งเกี่ยวข้องกับการเมือง สตรีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อรับใช้สังคม และการเมือง พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า พระผู้อภิบาลของเจ้า ได้จัดรางวัลอันยิ่งใหญ่ไว้สำหรับบุคคลที่ประพฤติในสิ่งที่ดี

                ด้วยเหตุนี้ในทัศนะของอิสลาม สิทธิของมนุษยชน ในเรื่องสิทธิของสตรีและบุรุษจึงไม่แตกต่างกัน พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงแบ่งแยก บทบาทของสตรีและบุรุษในการรับใช้สังคม ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้แล้วในกุรอานซูเราะห์เตาบะห์ โองการที่ 16 ดังใจความว่า บรรดาผู้ศรัทธาจากบ่าวหญิง และบ่าวใช้ต่างก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการห้ามปรามความชั่ว และกำชับความดี

                พวกท่านก็มีทัศนะความคิดเหมือนกับข้าพเจ้า ว่าบทบาทหน้าที่ของประชาชนจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติในคุณงามความดี พวกท่านที่อยู่ในฐานะบิดา มารดา ถ้าพวกท่านไม่อบรมบ่มนิสัยให้บุตรหลานเป็นคนดีอะไรจะเกิดขึ้นกับสังคม เพราะสังคมปัจจุบันนี้ เป็นสังคมที่ตกต่ำมาก ถ้าพวกเราไม่เอาใจใส่ต่อบุตรหลานของพวกเราแล้ว พวกเขาจะดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างไร เราในฐานะสตรีมุสลิม พวกเราจำเป็นมีภาระหน้าที่ในการปฏิบัติตามบทบาทของเราเท่าที่มี

                ข้าพเจ้า มีอาชีพเป็นนักการเมือง ข้าพเจ้าต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกสังคม แต่ขึ้นอยู่กับการวางตัวของเราอย่างไรที่จะทำให้บุคคลรอบด้านเรา ให้ความเคารพยกย่องเรา

                ดังนั้น อิสลามได้ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่เรา บุคคลอื่นที่อยู่ในแนวทางศาสนาใดๆ ก็ตามก็สามารถที่จะปฏิบัติตัวเป็นคนดีได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้เป็นมารดา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักภาระหน้าของตนเอง

                ในทัศนะของอิสลาม การที่บุรุษมีภริยาหลายคน จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบ ส่วนบทละครทางโทรทัศน์ที่เป็นข่าวตามสื่อนั้น เท่ากับเป็นบทสะท้อนของสังคมที่เกิดขึ้น ภาระหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนที่จะประกาศยุบสภา เราได้ให้ความรู้ และให้การช่วยเหลือแก่บรรดาสตรีไทยใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการรณรงค์แก้ไขความรุนแรงแก่สตรีและเด็ก ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีพระราชบัญญัติการดูแลคุ้มครองการกระทำการรุนแรงต่อสตรีและเด็ก สังคมมีความคลาดหวังมากเกี่ยวกับสตรี ต้องการให้สตรีอยู่ในฐานะมารดาที่ดีของลูก เป็นภริยาที่ดีของสามี และเป็นครูสอนจริยธรรมที่ดี ดังนั้นสตรีจะทำได้ก็ขึ้นอยู่กับ 4 หัวข้อนี้

1.    เรื่อง ของศรัทธา ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใดก็ตาม การศรัทธามาจากบ้าน ใครจะทำให้บ้านเป็นบ้านแห่งศรัทธา ก็คือผู้เป็นมารดา เพราะเธอคือครูคนแรก

2.    เรื่องความรู้ในชิชาการ รู้ว่าจะเลี้ยงอบรมลูกอย่างไร รู้ข่าวบ้านเมือง เพื่อการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ของบ้านเมือง

3.    รักษาสุขภาพทั้งกาย และใจ ดูแลบุคคลที่อยู่ในครอบครองให้มีสุขภาพนามัยที่ดี และสมบูรณ์

4.    รักษาจัดการเรื่อเวลา เรื่องรายได้ในครอบครัว และปฏิบัติตามความเชื่อที่ตนเคารพนับถือ

ทั้งสี่หัวข้อนี้บรรดาสตรีสามารถทำได้ แต่ต้องการกำลังใจ และการสนับสนุนจากคุณสุภาพบุรุษทั้งหลาย

                คำบรรยายของซัยยิดะห์บุชรอ ฮูซัยนี ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาศาสนา อัล-มะฮ์ดียะห์ :

                พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงตรัสในซูเราะห์อัล-เกาษัรไว้ดังนี้

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

แท้ จริงเราได้ประทานอัลเกาษัรแก่เจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้าจงนมาซเพื่อองค์พระผู้อภิบาลของเจ้า และจงเชือดสัตว์พลี แท้จริงศัตรูของเจ้านั้นเขาเป็นผู้ถูกตัดขาด (พระดำรัสของอัลลอฮ์เป็นสัตย์จริงเสมอ)

                ขอกล่าวสดุดีและสันติจงมีแด่บุตรีของรอซูลุลอฮ์ (ศ.) ภริยาของท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) มารดาของท่านอิมามฮะซัน ฮุซัยน ซัยนับ และกุลซูม (อ.)

                ขอความสันติจงมีแด่แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ขอขอบคุณต่อพระผู้เป็นเจ้าที่พระองค์ได้ทรงประทานให้วันนี้เป็นวันคล้ายวัน ประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ข้าพเจ้าขอกล่าวความยินดีต่อท่านทั้งหลายด้วยความจริงใจ

                สถานภาพของท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) เป็นสถานภาพที่ยิ่งใหญ่ และสูงส่ง ถ้าไม่มีท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) ก็ไม่บังเกิดโลกนี้ ดังที่ท่านศาสดา มุฮัมมัด (ศ.) ได้กล่าวว่า

                ฟาฏิมะห์ถูกสร้างจากความเป็นนางฟ้าในเรือนร่างของมนุษย์

ใน ทุกๆ ปีคณะกรรมการจัดงานวันสตรี มีความปารถนาที่จะหยิบยกหัวข้อเรื่องในวันนี้มาเป็น หัวข้อของการบรรยาย  แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่สำหรับครั้งนี้เราก็ได้รับความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า จนสามารถนำหัวข้อเรื่องของการจัดงานวันนี้มาได้ จากบรรดานักวิชาการได้กล่าวสอนแก่เราว่า สถานภาพของสตรีนั้นสูงส่ง สถานภาพของสตรีและบุรุษนั้นแตกต่างกัน สถานภาพของสตรีที่ฐานะผู้เป็นมารดา เป็นภริยา เป็นอาจารย์ผู้สอนอบรมจริยธรรมแก่บุคคลในครอบครัว

                สถานภาพอันยิ่งใหญ่ของสตรีในแนวทางอิสลามของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงกำหนดบทบัญญัติของอิสลาม พระองค์ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งในหน้าแผ่นดินและชั้นฟากฟ้า ด้วยเหตุผลนี้การสรรสร้างของพระองค์ที่พึ่งพระประสงค์ที่ให้มนุษย์นั้นได้ ก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งสถานภาพนั้นมนุษย์สามารถที่จะก้าวไปสู่สถานภาพของความสมบูรณ์ได้ มนุษย์สามารถจะแยกความชั่วดีได้ แต่มนุษย์ก็ยังที่จะเลือกการกดขี่ ในสถานภาพตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ความต้องการที่จะกระทำในสิ่งที่ดี เพื่อมุ่งหวังรางวัลการตอบแทนจากพระผู้เป็นเจ้า

                จากหมวดหัวข้อดังกล่าว พวกท่านลองพิจารณาใคร่ครวญ เถิดว่าคุณลักษณะของมนุษย์ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงพระประสงค์ให้เป็นเป็นบ่าว ที่ดีนั้นเป็นอย่างไร ในขณะที่พระองค์ได้ทรงมีแบบอย่างประทานมาให้ และแบบอย่างที่ดีนั้นก็ถูกประทานมาพร้อมแนวทางแห่งสัจธรรมแล้ว พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างมนุษยชาติมา พระองค์ทรงเป็นผู้กำหนดแล้วว่าสิทธิของบุรุษ และสตรีนั้นเป็นเช่นไร ดังนั้นสถานภาพของสตรีในอิสลามจึงนับว่าเป็นสถานภาพที่ยิ่งใหญ่

                สถานภาพของสตรีในโลกนี้ และโลกหน้าสูงส่ง ดังที่ท่านอิมาม โคมัยนี (รฮ.) ได้กล่าวว่า โลกนี้อยู่บนหน้าตักของสตรี

                สถานภาพของสตรีในทัศนะของอิสลาม นางเป็นผู้สร้างสันติภาพ และความสงบในครอบครัว ความสงบสุขในครอบครัวเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีความปารถนา ครอบครัวสามารถจะสร้างสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้นสถานภาพของผู้อยู่ในฐานะมารดาจึงเป็นสถานภาพที่สำคัญมาก นางสามารถที่จะทำให้ความเหนื่อยหล้าของสามีได้ลดลง ด้วยเหตุนี้สถานภาพของสตรีในครอบครัว จึงถือว่าเป็นอาจารย์คนแรกที่สามารถพัฒนาสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า

                สถานภาพของสตรีที่ยิ่งใหญ่สามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อได้ดังนี้

1.    การเป็นผู้สร้างความสงบสุขในครอบครัว

2.    การเป็นครูคนแรกของมนุษยชาติ

3.    สตรี ในฐานะแรงบันดาลใจ ในขณะที่มนุษย์มีความต้องการกำลังใจอย่างมากที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายตามวัตถุ ประสงค์ที่มนุษย์มีอยู่ ในแนวทางนี้ สตรีเป็นแรงบันดาลใจได้ดีที่สุด เพราะด้วยความอ่อนโยนของเธอที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานมาให้ไว้ในสังคม เธอเป็นบุคคลในสังคมที่ดี และสามารถที่จะก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบได้ ถ้าครอบครัว หรือสังคมนั้นๆ ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่ดี

ขอบอก กล่าวอีกครั้งว่า สตรีคือ แรงบันดาลใจต่อมนุษยชาติ ถ้าวันนี้มีคำกล่าวว่า สิทธิสตรีเสมอภาค สามารถปฏิบัติหน้าที่นอกบ้านได้ สตรีสามารถทำได้ แต่บทบาทของตนในบ้านจะต้องไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้นเมื่อสถาบันครอบครัวมั่นคง บุคลากรในครอบครัวก็สามารถที่ช่วยสร้างสังคมให้ดีตามไปได้ สตรีไม่ใช่แคร่เพียงยกแก้วน้ำให้สามี หรือโอบกอดลูกแต่เพียงอย่างเดียว อิสลามไม่ใช่มีแคร่เพียงการสอนสั่งให้สตรีอย่างเดียว แต่ยังแนะแนวว่าหน้าที่ของสตรีว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร เมื่อสตรีได้ปฏิบัติตามบัญชาที่พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ให้ทำแล้ว แน่นอนสตรีก็จะก้าวไปสู่สถานภาพอันสูงส่งดังที่ท่านศาสดา (ศ.) ได้กล่าวไว้ว่า สตรีสามารถจะประสบความสำเร็จ และนำสวรรค์มาสู่ใต้เท้าของนางได้

                เมื่อ จบการบรรยายในการเสวนาของวิทยากร ก็เปิดโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน ได้ถามคำถามต่างๆ จนกระทั้งเข้าเวลานมาซมัฆริบ-อิชาอ์ โดยการกล่าวปิดงานด้วยการร่วมอ่านดุอาอ์วะฮ์ดะห์ และร่วมรับประทานอาหารเย็น

งานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติท่านหญิงฟาฏิมะห์ (อ.) “งานวันสตรี” แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 23:29 น.