ในอิหร่าน มีมัสยิดพี่น้องซุนนี จำนวน 120,000 แห่ง

ฮุจญตุลอิสลาม มุห์ซิน อิรอกี เลขาธิการมัจญฺมะอ์ ตักรีบมะศอฮิบอิสลาม เปิดเผยว่า สมัยชาห์และก่อนการปฏิวัติอิสลาม มัสยิดของพี่น้องอะห์ลิลซุนนะห์ มีเพียงแค่ 1000 กว่าหลังเท่านั้น แต่หลังจากการปฏิวัติอิสลามอิหร่านภายใต้การนำของอิมามโคมัยนี(รฎ) จนถึงวันนี้ มีมัสยิดของพี่น้องซุนนีทั่วประเทศมากกว่า 120,000 แห่ง More »

นักวิชาการชี้แนวคิดกลุ่มไอซิสมีอยู่ในออสเตรเลียจริง – หวั่นกระแสเกลียดชังศาสนาอิสลาม หลังเหตุจับตัวประกัน

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าเหตุการณ์จับตัวประกันในย่านธุรกิจสำคัญที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.2557) ไม่ชี้ชัดว่าอะไรเป็นมูลเหตุจูงใจที่ชัดเจน แต่ระบุว่าในออสเตรเลียมีกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกับกลุ่มไอซิสซึ่งได้เดิน ทางไปร่วมรบในซีเรียและอิรัก และมองว่าหลังจากเหตุการณ์นี้อาจมีผลต่อทัศนคติที่มีต่อประชาคมมุสลิมใน ออสเตรเลีย More »

ในวาระคล้ายวันครบรอบสี่สิบ (2014/12/14 – 15:26)

ในวาระคล้ายวันครบรอบสี่สิบวันการเป็นชะฮีดของท่านอิมามอิมามฮูเซ็น(อ)และบรรดาอัศฮาบผู้ซื่อสัตย์ของท่าน (วันอัรบาอีน ฮูซัยนี) ฮูซัยนียะห์ อิมามโคมัยนี(รฎ) เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะฮัยอัตต่างๆของนักศึกษาจากทั่วประเทศในงานมัจญ์ลิสแห่งจิตวิญญาณครั้งนี้ บรรดานักศึกษาได้ร่วมกันอาซอดอรีย์และมะตั้ม มัจญ์ลิสเริ่มด้วยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จากนั้น เป็นการบรรยาย โดยฮุจญตุลอิสลามกอซีมียอน อะกอ ชีนีย์และมุฏีอีย์ อ่านลำนำ มุศิบัตและนำร้องเพลงมะตั้ม ในช่วงท้ายของมัจญ์ลิส บรรดานักศึกษาร่วมกันนมาซซุฮริและอัศริ ญะมาอะห์ ภายใต้การนำของท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม www.leader.ir More »

มัสยิดผดุงธรรมอิสลาม

มัจลิศร่วมรำลึกถึง อิมามฮุเซน(อ.) “أربعبن حسيني” ณ. มัสยิดผดุงธรรมอิสลาม More »

มัจลิศร่วมรำลึกถึง อิมามฮุเซน(อ.) “أربعبن حسيني”

“การปฏิวัติของฮุซัยนี คือ ประตูสู่การปกครองของอิมามมะฮ์ดี (อ.)” More »

 

ต้นแบบปฏิวัติอิหร่าน ทรงอิทธิพลการปลดแอก

9b2c4b44fb86522964124ed80d03c5e8_L

ปมความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมทั่วโลกนั้น มีพื้นฐานมาจากอิทธิพลของรัฐชาติสมัยใหม่และอิทธิพลของโลกตะวันตกที่ขัดกับหลักคำสอน เป็นสาเหตุว่า ทำไมกลุ่มเคลื่อนไหวมุสลิม ส่วนใหญ่อ้างความชอบธรรมในการขับไล่

“การปฏิวัติอิหร่าน” ที่เกิดขึ้นในปี 2522 นับเป็นต้นแบบของการปฏิวัติอิสลาม ที่ประสบผลสำเร็จ

ผศ.ดร.จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล่าให้ฟังในงานเสวนา เรื่อง “การปฏิวัติอิสลามอิหร่านกับโลกปัจจุบัน” ว่า การปฏิวัติของอิหร่านเป็นเหมือนการจุดไฟ แห่งความหวังให้กับชาติมุสลิมอื่นๆ ที่ต่างก็ประสบกับการถูกกดขี่จากชาติตะวันตก ซึ่งลิดรอนวิถีแบบอิสลาม และบทบาทของผู้นำทางศาสนา

การปฏิวัติอิหร่านก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วโลก อาทิ เกิดผู้นำทางศาสนาที่มีบทบาทเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และปลดแอกกลุ่มมุสลิมออกจากอำนาจของชาติตะวันตก เช่น โอซามา บิน ลาเดน ในอัฟกานิสถาน โกฮา ชาฮีร์ ในปากีสถาน และ อับดุล อาซิส อัง ฮาคิม ในอิรัก

ทำให้เกิดการแผ่ขยายของแนวคิดปฏิวัติอิสลาม และการเคลื่อน ไหวทางศาสนามากขึ้น มีการใช้คำสอนเป็นพลังในการต่อสู้หรือจิฮัด จนเกิดเป็นกลุ่มนักรบติดอาวุธ การก่อเหตุความรุนแรงของเครือข่าย ฮิซบัลเลาะห์ในซีเรียและตะวันออกกลาง และเครือข่ายเจมาห์ อิสลามิยาทางใต้ของไทยและแหลมมลายู

นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบการปลดแอกจากอำนาจในหลายๆ กลุ่ม อาทิ กลุ่มแนวร่วมปลดแอก (ซานดินิสต้า) ในนิการากัว ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในไอร์แลนด์เหนือ และการเคลื่อนไหวของนายเนลสัน แมนเดลา ในแอฟริกาใต้

ในอดีตอิหร่านถูกท้าทายจากอิทธิพลชาติตะวันตกอย่างรุนแรง ตั้งแต่สมัยก่อนและหลังสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง โดยอังกฤษและรัสเซียเป็นมหาอำนาจที่เข้ามาในอิหร่านยุคแรก และเข้าแทรกแซงการเมืองภายใน ปฏิรูปตามตะวันตกให้เป็นระบอบรัฐสภา

ขณะเดียวกันก็เข้าควบคุมเศรษฐกิจผ่านธนาคารกลางและบริษัทแองโกล-เปอร์เชียน ออยล์ รวมทั้งพยายามแบ่งอิหร่านเป็น 2 ฝ่าย เพื่อใช้เป็นฐานขยายอำนาจในภูมิภาค

ด้วยความต้องการถ่วงดุล อำนาจ ชาห์โมฮัมหมัด เรซา กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่านดึงสหรัฐ มหาอำนาจใหม่เข้ามา แต่ขณะนั้นความรู้สึกชาตินิยมเริ่มก่อตัวขึ้นแล้วในหมู่ชาวอิหร่านที่มองว่านโยบายการทำตัวให้เป็นชาติตะวันตกของชาห์นั้นไม่สอดคล้องกับวิถีอิสลาม

ชาวอิหร่านถูกกดขี่ทางอ้อมบังคับให้ปฏิบัติตามวิถีตะวันตก บางส่วนละเลยธรรมเนียมปฏิบัติที่สั่งสอนโดยอิหม่าม ตลอดจนภาพของราชวงศ์ และชนชั้นสูงที่ถูกนำเสนอในแบบตะวันตก

ชาวมุสลิมหลายแสนคนออกมาต่อต้าน แต่ ชาห์เรซากลับใช้วิธีรุนแรง สั่งจำคุกผู้นำศาสนาไปจนถึงการเนรเทศ อยาตุลลอฮ์ โคไมนี ผู้นำทางศาสนาที่ได้รับความนับถืออย่างสูง

จุดชนวนให้ชาวอิหร่านหลายล้านคนประท้วงขับไล่ชาห์เรซา จนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ

การปฏิวัติอิหร่านสิ้นสุดลง หลังพระเจ้าชาห์เรซา ถูกถอดออกจากตำแหน่ง และโคไมนี ได้รับการสถานปนาให้เป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทั้งในทางการเมืองและศาสนา

อิทธิพลของการปฏิวัติอิหร่านจึงเป็นเหมือนประกายแห่งความหวังให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวมุสลิมในหลายประเทศ ที่เชื่อว่าพลังศรัทธาและคำสอนของผู้นำศาสนา จะช่วยนำพาให้เกิดความสำเร็จในการขจัดภัยคุกคามและอิทธิพลของตะวันตก รวมทั้งการเข้ามาของรัฐชาติสมัยใหม่

รายงานพิเศษ ข่าวสด ต่างประเทศ
www.alwilayat.org

” ISIS !! เตรียมการระเบิด 3 มัสยิดที่เก่าเเก่ที่สุดของ โมซุล ”

442

ตามการรายงานข่าวสำนักอัลอาลัม ในวันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม 57 เเหล่งข่าวท้องถิ่นในจังหวัดนัยนาวา เผยว่า : กลุ่มตักฟีรีย์หัวรุนเเรง ISIS ได้เคลื่อนย้ายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ออกจากสามมัสยิด ” อัลบารีกี ” , ” ฮัมวุลกุดู ” , เเละ ” เชคคุลชัฏ ” ไปเก็บไว้ยังสถานที่ที่ไม่เเน่ชัด ซึ่ง 3 มัสยิดดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ในใจกลางของเมืองโมซุล !

ในอิหร่าน มีมัสยิดพี่น้องซุนนี จำนวน 120,000 แห่ง

art_42203541

ฮุจญตุลอิสลาม มุห์ซิน อิรอกี เลขาธิการมัจญฺมะอ์ ตักรีบมะศอฮิบอิสลาม เปิดเผยว่า สมัยชาห์และก่อนการปฏิวัติอิสลาม มัสยิดของพี่น้องอะห์ลิลซุนนะห์ มีเพียงแค่ 1000 กว่าหลังเท่านั้น แต่หลังจากการปฏิวัติอิสลามอิหร่านภายใต้การนำของอิมามโคมัยนี(รฎ) จนถึงวันนี้ มีมัสยิดของพี่น้องซุนนีทั่วประเทศมากกว่า 120,000 แห่ง

ไอซิส สังหารผู้หญิงอิรัก 150 คน ฐานไม่สมยอมทำกุศลสวาท

art_42203431

หนึ่งในทหารไอซิส ทำการสังหารสตรีอิรักจำนวนหนึ่ง ที่ขัดขืนและไม่ยอมทำการกุศลสวาท(ญิฮาดุนนิกะห์) แล้วก็ทำการฝังในหลุมขนาดใหญ่พร้อมกันทั้งหมด
ตามรายงานสำนักข่าวชีอะห์ นิวส์ – เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทางองค์กรสิทธิมนุษย์ชนอิรัก เปิดเผยว่า อะบู อานัส อัลลิเบีย หนึ่งในทหารของไอซิส ได้ทำการสังหารผู้หญิงอีรัก ในเขตฟาลูจา จำนวน 150 คน

ภรรยามุฟตีย์ ซาอุฯ เปิดหน้าออกรายการทีวี

ماجرای نقاب زنان، برای مفتی سعودی دردسر شد !

มุฟตีวะฮาบี ซาอุฯ ท่านหนึ่งถูกข่มขู่เอาชีวิต หลังจากออกมาแสดงทัศนะการเปิดหน้าของสตรีโดยไม่ต้องสวมนิกอบ
ฮานี อัลซอฮีรี นักเขียนหนังสือพิมพ์ของซาอุฯ ได้เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า ความโง่เขลาเบาปัญญาของนักท่องโลกโชเชียลมิเดียในซาอุดิอาระเบีย สร้างความฉงนใจและเป็นสิ่งที่รันทดใจอย่างยิ่ง

นักวิชาการชี้แนวคิดกลุ่มไอซิสมีอยู่ในออสเตรเลียจริง – หวั่นกระแสเกลียดชังศาสนาอิสลาม หลังเหตุจับตัวประกัน

277398-imagepng-433826%20copy

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าเหตุการณ์จับตัวประกันในย่านธุรกิจสำคัญที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.2557) ไม่ชี้ชัดว่าอะไรเป็นมูลเหตุจูงใจที่ชัดเจน แต่ระบุว่าในออสเตรเลียมีกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกับกลุ่มไอซิสซึ่งได้เดิน ทางไปร่วมรบในซีเรียและอิรัก และมองว่าหลังจากเหตุการณ์นี้อาจมีผลต่อทัศนคติที่มีต่อประชาคมมุสลิมใน ออสเตรเลีย

ในวาระคล้ายวันครบรอบสี่สิบ (2014/12/14 – 15:26)

39781_669

ในวาระคล้ายวันครบรอบสี่สิบวันการเป็นชะฮีดของท่านอิมามอิมามฮูเซ็น(อ)และบรรดาอัศฮาบผู้ซื่อสัตย์ของท่าน (วันอัรบาอีน ฮูซัยนี) ฮูซัยนียะห์ อิมามโคมัยนี(รฎ) เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะฮัยอัตต่างๆของนักศึกษาจากทั่วประเทศในงานมัจญ์ลิสแห่งจิตวิญญาณครั้งนี้ บรรดานักศึกษาได้ร่วมกันอาซอดอรีย์และมะตั้ม มัจญ์ลิสเริ่มด้วยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จากนั้น เป็นการบรรยาย โดยฮุจญตุลอิสลามกอซีมียอน อะกอ ชีนีย์และมุฏีอีย์ อ่านลำนำ มุศิบัตและนำร้องเพลงมะตั้ม
ในช่วงท้ายของมัจญ์ลิส บรรดานักศึกษาร่วมกันนมาซซุฮริและอัศริ ญะมาอะห์ ภายใต้การนำของท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม
www.leader.ir